แฮะแฮ่ม.. ประสบการณ์ที่จะเล่าต่อไปนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่ปี1เทอม2
ทุกคนจะต้องเดินทางไปวัดสวนโมขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราดฯ เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน ((รวมเวลาการเดินทาง))
การไปครั้งนี้เหมือนเป็นการไปค่ายกระชับมิตรเสริมสร้างสัมพันธไมตรีให้แนบแน่นมากขึ้นมากกว่า
แต่เพราะเราเรียนปรัชญาและศาสนาจะให้จัดไปไหนล่ะ ไปวัดนั่นแหละ เหมาะสมที่สุด
โอ้โห..วันออกเดินทางจำได้แม่นยำ รถจะออกจากสถานีหัวลำโพงตอนเย็นเวลา 6.30
ฟงแฟน พ่อแม่ มายืนล่ำราชิดขบวนรถ บางคนถึงกับร้องห่มร้องไห้ o_O?? แต่เราก็ได้แต่ปลอบไป 7 วันเองขำขำ
กว่าจะถึงกินเวลา 13 ชั่วโมง แต่เวลาก็ผ่านไปรวดเร็วใช้ได้ อาจานที่มาคุมค่อนข้างมีอายุ เลยบอกกับพวกเราว่า อาจานแก่แล้วขอสบายนั่งสบายหน่อยนะ((อาจานจองตั๋วตู้นอนติดแอร์เย็นฉ่ำชั้น2 แต่ก็ดีไกลหูไกลตา 555 เสร็จโก๋
สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวเข้ามา...ตีกันเป็นวงๆเลยค่า ใครใคร่เล่นไพ่เล่น ใครใคร่คุยก็คุย จำได้ ตอนนั้นคุย+ขำจนเจ็บคอ
รถก็วิ่งไป คนก็คุยไป ทำอะไรต่อมิอะไรไป สลายวงเมื่อใด ใครหายไปก่อนก็มิทราบได้ แต่เท่าที่รู้ ข้าพเจ้าได้นอนในที่ควรส่วนข้างหนึ่งของรถไฟคือ..เอาหนังสือพิมปูแล้วนอนใต้ที่นั่ง สั่นสะเทือนไปตลอดทาง...
ประมานเกือบตี3 ถึงสถานีใหญ่ที่รอคอย สถานีต่อไปชุมพร เน็กสะเตชั่น ชุมพร โอ้โห หลับไปไม่ถึงชั่วโมง สถานีนี้สุดๆจริงๆ --ตลาดแตกมาก จำได้มีป้าขายของไม่รู้แกขายอะไร แต่แกตะโกนลากเสียงแหลมๆของแกตลอดเวลา เดิมก็นอนไม่หลับอยู่แล้ว ยิ่งมีเสียงป้ายิ่งหนัก ตอนแรกก็พยายามเงี่ยหูฟังว่าป้าแกขายสิ่งใด สุดท้ายทนไม่ไหวต้องกระดึ๊บออกมาจากใต้เก้าอี้ เปิดบานเกร็ด((ตอนดึกๆลมเย็นมากต้องปิดๆ))เพื่อตะโกนถาม ป้าๆ ขายอะไรอ่ะ พอป้าแกหยุดตะโกนมาบอกสิ่งที่แกขาย ทุกคนถึงร้องว่าอ้อ...ป้าแกขาย ข้าวต้ม กระเพาะปลา ผ้าเย็น น้ำเย็น พับผ่าสิ นี่เป็นหลักการตลาดป้าแกรึเปล่านิ ตูเลยต้องตื่นเลย
กว่าจะถึงสถานีไชยาก็เกือบๆ6โมงเช้า ทุกคนสลึมสลือ หน้ามัน อาจานบอกว่าทุกคนใกล้ถึงเตรียมพร้อม รถจะจอดเเค่ 2 นาทีเท่านั้น... พระเจ้า ไปหนแรกทุกคนหยั่งกะแบกบ้านไป ขนกันมือเป็นลิง ทุกคนช่วยกันหยิบช่วยกันฉวย โยนมาจากหน้าต่างบ้าง ประตูบ้าง เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน
สักพักมีรถสองแถวมารับเข้าวัด สัก10นาทีก็ถึง ไปถึงก็ไปกราบพระอาจารย์แล้วอาจารย์ก็ให้แยกย้ายไปจัดข้าวของที่ที่พัก
ขึ้นชื่อว่าวัดป่า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า มันไม่ค่อยจะมีเครื่องอำนวยความสะดวกสบายสักเท่าไหร่ จะมีก็แต่ของจำเป็นใช้เท่านั้น
เนื่องจากเราไปกันเป็นหมู่คณะ ทุกคนนอนรวมกันในบ้านพักหลังยาว ((ไม่กว้างแต่ยาว)) ((ส่วนพวกผู้ชายก็นอนแบบนี้แหละแต่น่าสงสารกว่า เพราะประชาการชายในคณะข้าพเจ้ามีน้อยแต่นอนบ้านหลังเท่ากัน ขอให้ทุกท่านลองจินตนาการถึงความวังเวงวิเวกวิเหวงโหวง)) ทุกคนก็เลือกทำเลเอาเอง เนื่องจากความกังวลจนขี้ขึ้นหัวข้าพเจ้ารีบบอกเลย เฮ่ย..ขอไม่ริม ไม่หน้าต่างนะ เนื่อจากดูหนังผีมากลัวจะมี ซัมติงมานอนข้างๆ หรือ ซัมติงมายืนที่หน้าต่างเลยต้องชิงบอกไว้ก่อน เหอๆ((แต่ก็โชกดีที่ไม่มี ก็คนเราไปลามาไหว้ ก่อนนอนสวด1รอบ ตื่นมาก็สวดอีก1รอบก็เท่านั้น))
เวลาปกติธรรมดาเวลาอยู่ที่วัดพวกเราจะไปกันไม่กี่ที่คือ ลานหินโค้งเพื่อทำวัตรเช้า บ้านพักเพื่อนอนและอาบน้ำ โรงอาหารเพื่อกิน เรือ(ตึกรูปเรือ)เพื่อทำวัตรเย็น ส่วนนอกจากนี้ก็มีเดินไปยังที่อื่นในวัดเพื่อฟังธรรมตามเวลาและสถานที่ที่บอกไว้ในตาราง
เนื่องจากวัดนี้เป็นที่รู้จักมาก มีชื่อเสียงโด่งดัง หน้าวัดเลยมีของขายมากมาย เลยเป็นความสุขเล็กๆของพวกเราที่มักจะแอบออกมาซื้อขนมกินเสมอๆเมื่ออาจานปล่อยให้ทำธุระส่วนตัว..หุหุ ขนมหมีๆ
อยู่วัดเราทำทุกอย่างอย่างเป็นระบบระเบียบและเป็นเวลา ตื่นก็ต้องตื่นตามเวลา เพราะอาจานที่ไปสอนวิชาพุทธศาสนาเลยบอกจะเอาไปใช้ในการให้จิตพิสัย แต่ว่าก็ว่าแค่อาทิตเดียว ซัมบายยยยยยยยยย
เรื่องราวประทับใจ....
1.ซึ้งใจเพื่อนๆที่ขณะนั้นเป็นเพื่อนกึ่งใหม่ กึ่งปานกลาง แต่ทุกคนในเอกของข้าพเจ้าช่วยเหลือเกื้อกูลกันสุดฤิทธิ์
2.ไปป่าก็ต้องมีน้องตุ๊ก(แก) แถมชุกมาก... โหอยู่ไหนไม่อยู่มาอยู่ในห้องน้ำ ห้องก็ซักกระติ๊ด คนก็มาก อุปสงค์ไม่พออุปทาน ยังจะมาสิงสถิตย์อยู่ที่นี่อีก คุณตุ๊กตัวใหญ่ขนาด แถมวันต่อมาเรียกเพื่อนมาอีก พระเจ้าช่วยที T_T จ้องไปจ้องมาในใจก็คิด อย่าขยับนะเว่ย...
3.ญาติน้องตุ๊ก ตัวนี้อยู่ที่เรือ เนื่องจากวันนั้นอาจานตั้งใจจะนำสวดทำวัตรเช้าเอง ทุกคนเลยไปที่นั่น ตอนนั้นก็ตี5เห็นจะได้ เพื่อเสริมบรรยากาศ และบดบังการสับประหงกของพวกข้าพเจ้า อาจานจุดเทียนพรรษาใหญ่ๆไว้แค่อันเดียว เราก็สังเกตุเห็นมาหลายวันแล้วว่าที่นี่มีน้องตุ๊ก เลยอดไม่ได้ที่จะมองหามันทุกครั้งที่ไป ((คิดว่าเพื่อนๆก็คงทำเช้นนี้)) ปรากฏเช้านั้นมองหาเท่าไรๆก็ไม่เจอ เเต่ก็พยายามมองอยู่สักพัก เห็นมันออกมาจากหลืบตรงกำแพงแล้ววิ่งตรงดิ่งพุ่งลงมาตามแนวกำแพง วงแตกเลยค่า กรี๊ดกานวัดแทบแตก อาจานบอกชั้นหัวใจจะวายนึกว่างูกัดเธอ ไอ้คนนั่งริมอ่ะ น่าสงสารสุด...
4.ยุงตัวเท่าแม่ไก่ มาวัดถือศีล เจอมดห้ามเหยียบ เจอยุงห้ามตี ทุกชีวิตมีค่า แต่ก็นะ บริจาดเลือด(ชั่ว)ไปเยอะเลย มุ้งมีเหมือนไม่มีขาด10กว่ารู ฮ่าๆ
5.ได้เห็นตัวตนอันจริงเเท้ของเพื่อน ไปวัดห้ามแต่งหน้า ไม่มีที่หนีบผม ใครเป็นไงหน้าตาที่พ่อที่แม่ให้มาเป็นไงรู้เช่นเห็นชาติหม้ดดดดดดด
6.รู้สึกว่าตัวเองได้ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันที่ดูดีมีคุณค่ากับเค้าซักที
7.ได้เห็นพระที่เป็นพระ เป็นนักปฎิบัติเป็นนักธรรมอย่างแท้จริง ((กลับมาไปทำสังฆทานที่วัดวัดนึง เจอพระรูปหนึ่ง สักจนแทบไม่มีที่ว่าง ศรีษะท่านเหมือนโดนถูกรุมฟาดแบบไม่นับ + ท่าทางบึกบึน ถึงแม่จะถูกสอนมาว่าอย่าดูคนจากรูปกายภายนอก แต่ก็อดที่จะเปรียบเทียบไม่ได้ จริงๆ))
7.ฯลฯ
ครั้งแรกข้าพเจ้ายังติดใจขนาดนี้ ครั้งที่สองมีหรือจะเหลือ.....
edit @ 2007/03/08 18:11:20
edit @ 2007/03/09 09:46:47